
เติมเต็มมิติผิวให้อ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติด้วยโปรแกรมเติมไขมันหน้าเด็ก (Fat Grafting) ที่ Priscilla Clinic
เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างใบหน้าจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการฝ่อตัวของชั้นไขมัน การสูญเสียคอลลาเจน หรือการทรุดตัวของกระดูก ส่งผลให้ใบหน้าดูตอบ ซูบซีด มีร่องลึก และดูแก่กว่าวัย
การเติมไขมันคืออะไร?
โปรแกรมเติมเต็มไขมันใบหน้า (Fat Grafting หรือ Lipofilling) เป็นนวัตกรรมการย้ายเซลล์ไขมันจากบริเวณส่วนเกินของร่างกายตนเอง (เช่น ต้นขา หรือหน้าท้อง) นำมาผ่านกระบวนการคัดแยกที่มีความละเอียดสูง เพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่บริสุทธิ์และมีคุณภาพดีที่สุด ก่อนนำกลับมาฉีดเติมเต็มในบริเวณที่มีปัญหา ช่วยปรับรูปหน้าให้มีมิติ อวบอิ่ม ละมุน และย้อนวัยผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยปราศจากสารแปลกปลอม
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
- สกัดจากเซลล์ไขมันตัวเอง
บริเวณที่นิยมเติมเต็มด้วยการเติมไขมัน
หน้าผากและขมับ
ปรับหน้าผากให้โหนกนูนรับทรัพย์ แก้ปัญหาขมับตอบที่ทำให้โหนกแก้มดูสูง เพื่อใบหน้าที่หวานละมุนขึ้น
ใต้ตา
เติมเต็มร่องใต้ตาที่ลึกและหมองคล้ำ ให้กลับมาดูสดใส ไม่โทรม
ร่องแก้มและร่องมุมปาก (ร่องน้ำหมาก)
แก้ไขร่องลึกที่เกิดจากการหย่อนคล้อย ช่วยให้ใบหน้าส่วนล่างดูยกกระชับและอ่อนเยาว์
แก้มส้มและแก้มตอบ
เพิ่มมิติให้ใบหน้าส่วนกลาง (Mid-face) ดูอวบอิ่ม มีมิติแบบสาวเกาหลี
คาง
ปรับแต่งรูปคางให้เรียวยาวได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติ
ข้อเปรียบเทียบระหว่างเติมไขมันหน้า vs ฟิลเลอร์
ขั้นตอนการศัลยกรรมเติมไขมันใบหน้า
- ขั้นตอนที่ 1 การประเมินและออกแบบรูปหน้า (Consultation & Mapping) แพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงหน้า ร่วมกับการประเมินจุดที่ต้องดูดไขมันส่วนเกินอย่างละเอียดร่วมกับคนไข้
- ขั้นตอนที่ 2 การดูดไขมัน (Fat Harvesting) ทำการฉีดยาชาในบริเวณที่ต้องการดูดไขมัน (เช่น ต้นขาหรือหน้าท้อง) จากนั้นใช้เครื่องมือดูดไขมันเทคนิคเฉพาะของคุณหมอปาร์ค เพื่อรักษาโครงสร้างและความสมบูรณ์ของเซลล์ไขมันให้มากที่สุด
- ขั้นตอนที่ 3 การคัดแยกเซลล์ไขมันบริสุทธิ์ (Fat Purification) นำไขมันที่ดูดออกมาเข้าสู่กระบวนการปั่นแยก (Centrifuge) เพื่อคัดกรองเฉพาะเซลล์ไขมันที่มีชีวิต มีความบริสุทธิ์สูง และแยกส่วนที่เป็นน้ำมันหรือเลือดทิ้งไป
- ขั้นตอนที่ 4 การฉีดเติมเต็มใบหน้า (Fat Injection) แพทย์จะนำเซลล์ไขมันบริสุทธิ์มาฉีดเติมเต็มในบริเวณใบหน้าด้วย ปรับแต่งโดยเทคนิคเฉพาะ เพิ่มอัตราการติดทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
” สามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ งดออกกำลังกายหนักๆ ประมาณ 2 สัปดาห์ งดอาหารหมักดอง แอลกอฮอล์ 4 สัปดาห์ “
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการบริการ
- งดยาวิตามิน อาหารเสริมทุกชนิด (เช่น วิตามินอี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากแปะก๊วย) และยาในกลุ่มแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดอาการบวมช้ำ
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากมีผลต่อการไหลเวียนของโลหิตและการติดของเซลล์ไขมัน
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่รับประทานประจำให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
- ในวันรับบริการ ควรใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย มีกระดุมหน้า เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนชุด
การดูแลตัวเองหลังการเติมไขมัน
- ช่วง 1-4 สัปดาห์แรก ห้ามกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีดไขมันเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ไขมันเคลื่อนที่หรือสลายตัวได้
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด เช่น การซาวน่า เลเซอร์ร้อน หรือการประคบเย็น/ร้อนโดยตรงบนใบหน้า เพราะอุณหภูมิที่รุนแรงมีผลต่อการรอดชีวิตของเซลล์ไขมัน
- งดการนอนคว่ำหรือนอนตะแคง โดยให้นอนหงายและหนุนหมอนสูงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อลดอาการบวม
- รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงเพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ
- ทำความสะอาดแผลบริเวณที่ดูดไขมันตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อตัดไหม
- งดการออกกำลังกายอย่างหักโหมในช่วง 1 เดือนแรก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: การเติมไขมันอยู่ได้นานแค่ไหน?
A: หลังจากเติมไขมันไปแล้ว ในช่วง 1-3 เดือนแรก ไขมันบางส่วนจะมีการสลายตัวไปตามธรรมชาติประมาณ 30-50% (ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลของแต่ละบุคคล) แต่หลังจากผ่านพ้นเดือนที่ 3 ไปแล้ว เซลล์ไขมันที่เหลือรอดจะคงอยู่บนใบหน้าอย่างถาวรเช่นเดียวกับไขมันปกติในร่างกาย
Q: เติมไขมัน กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร?
A: ฟิลเลอร์ (สารเติมเต็มไฮยาลูโรนิกแอซิด) เหมาะสำหรับการเก็บรายละเอียดเฉพาะจุด ไม่ต้องพักฟื้น และสลายตัวหมดไปใน 1-2 ปี ส่วน การเติมไขมัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมเต็มทั่วทั้งใบหน้า (ใช้ปริมาณ cc มาก) ให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุนเป็นธรรมชาติสูง และเมื่อไขมันติดแล้วจะอยู่ได้ถาวร รวมถึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องการแพ้สารแปลกปลอม
Q: การเติมไขมันเจ็บไหม และต้องพักฟื้นนานเท่าไหร่?
A: ระหว่างทำจะมีการใช้ยาชา ทำให้แทบไม่รู้สึกเจ็บในขณะทำ หลังทำอาจมีอาการบวมระบมสะสมในช่วง 3-5 วันแรก และจะเริ่มยุบบวมเห็นรูปทรงที่ชัดเจนใน 2-3 สัปดาห์ ทั้งนี้ รอยเข็มเล็กๆ บนใบหน้าจะค่อยๆ จางหายไปเองโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น



















