Cell Therapy

ย้อนเวลาให้ผิวอ่อนเยาว์ในระดับเซลล์ ด้วย Cell Therapy ทรีตเมนต์แห่งอนาคตที่ Priscilla Clinic

"เพราะความอ่อนเยาว์ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การดูแลจากภายนอก แต่คือการฟื้นฟูลึกถึงจุดกำเนิดของเซลล์"

ทำความรู้จักกับ Cell Therapy คืออะไร?

ในปัจจุบัน การดูแลผิวพรรณและศาสตร์แห่งการชะลอวัย (Anti-Aging) ได้ก้าวข้ามไปอีกขั้น จากเดิมที่เราเน้นการบำรุงด้วยครีมหรือการทำหัตถการภายนอก สู่ Cell Therapy (เซลล์บำบัด) หรือที่หลายคนรู้จักในนามของ Stem Cell (สเต็มเซลล์)

Cell Therapy คือ นวัตกรรมทางการแพทย์ที่นำเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความสามารถในการแบ่งตัว และเปลี่ยนไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ มาใช้ในการซ่อมแซม ฟื้นฟู และทดแทนเซลล์เดิมที่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา เปรียบเสมือนการส่ง "วิศวกรตัวจิ๋ว" เข้าไปบูรณะโครงสร้างผิวและร่างกายจากภายในอย่างตรงจุด

ทำไมสเต็มเซลล์ถึงเป็นคำตอบของการชะลอวัย?

เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตสเต็มเซลล์ธรรมชาติน้อยลง ส่งผลให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย และความหมองคล้ำ การเติมสเต็มเซลล์บริสุทธิ์เข้าไปจึงช่วยกระตุ้นสัญญาณแห่งความอ่อนเยาว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Super Anti-Aging

ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวสปริงตัวได้ดี ยืดหยุ่น และริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้น

Cellular Regeneration

ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด มลภาวะ และความเครียด

Skin Brightening & Texture

ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน รูขุมขนกระชับ และเผยผิวกระจ่างใส ดูมีออร่าแบบสุขภาพดีจากภายใน

Deep Rejuvenation

ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาชั่วคราว แต่เป็นการ "รีเซ็ต" อายุผิวให้ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ

Cell Therapy ที่ Priscilla Clinic แตกต่างอย่างไร?

ที่ Priscilla Clinic เรามุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดและปลอดภัยให้กับคุณ โปรแกรม Cell Therapy ของเราจึงถูกออกแบบมาภายใต้มาตรฐานระดับสากล

โปรแกรม Cell Therapy นี้เหมาะกับใครบ้าง?

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: การทำ Cell Therapy ปลอดภัยไหม มีผลข้างเคียงหรือเปล่า?
A: มีความปลอดภัย เพราะที่ Priscilla Clinic เราใช้สเต็มเซลล์ที่ผ่านกระบวนการคัดแยกและเพาะเลี้ยงจากห้องแล็บที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล (GMP Certified) มีความบริสุทธิ์ และผ่านการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีสารตกค้างหรือสิ่งเจือปน ทำให้โอกาสเกิดการแพ้หรือผลข้างเคียงน้อยมาก หลังทำอาจมีเพียงรอยแดงจางๆ ในจุดที่ทำ ซึ่งจะหายไปเองตามธรรมชาติภายใน 1-2 วัน

Q: ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผล และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
A: โดยส่วนใหญ่คนไข้จะเริ่มรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง เช่น ผิวดูฉ่ำฟู แต่งหน้าติดง่ายขึ้น และผิวชุ่มชื้นขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ และจะเห็นผลลัพธ์เรื่องริ้วรอยและความกระชับที่ชัดเจนขึ้นในเดือนที่ 2-3 ซึ่งผลลัพธ์จากการทำ 1 คอร์ส สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม การใช้ชีวิต และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล)

Q: การทำ Cell Therapy แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือโบท็อกซ์ (Botox) อย่างไร?
A: เป็นการทำงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
Botox และ Filler คือการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุอย่างรวดเร็ว (โบท็อกซ์ช่วยคลายกล้ามเนื้อลดริ้วรอย ส่วนฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องลึกด้วยสารเติมเต็ม)
Cell Therapy คือการแก้ไขที่ต้นเหตุระดับเซลล์ โดยเข้าไปฟื้นฟู สั่งการให้ผิวสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมตัวเองขึ้นมาใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นผิวที่เด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติจากภายใน (ซึ่งสามารถทำควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้)

Q: หลังทำ Cell Therapy ต้องดูแลตัวเองอย่างไร และต้องพักฟื้นไหม?
A: ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที ข้อปฏิบัติหลักๆ มีเพียง
1. หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนาๆ หรือการใช้สารเคมีรุนแรงบนใบหน้าใน 24 ชั่วโมงแรก
2. งดการสครับผิว เลเซอร์ หรือทำกิจกรรมที่โดนความร้อนจัด เช่น ซาวน่า ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
3. ทาครีมกันแดดที่มี SPF 50+ เป็นประจำทุกวันเพื่อปกป้องเซลล์ผิวใหม่

Q: อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มทำ Cell Therapy?
A: สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่กระบวนการสร้างสเต็มเซลล์ตามธรรมชาติของร่างกายเริ่มลดลง การเริ่มทำตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยล็อกอายุผิวให้ดูเด็กอยู่เสมอ (Prejuvenation) ส่วนผู้ที่มีอายุ 35-40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกชัดเจน การทำ Cell Therapy จะเข้าไปช่วยกู้ผิวและย้อนวัยผิวให้กลับมาดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ