
ปัญหาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง และรอยแผลเป็น เป็นปัญหาผิวพรรณในระดับลึกที่ยากจะแก้ไขด้วยการทาครีมบำรุงทั่วไป เนื่องจากโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังถูกทำลายจนเกิดเป็นพังผืดดึงรั้งผิวให้บุ๋มลงไป
Priscilla Clinic ขอแนะนำ Fractional CO2 Laser นวัตกรรมเลเซอร์เปลี่ยนผิวใหม่ (Laser Skin Resurfacing) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ในการรักษาหลุมสิว กระชับรูขุมขน และผลัดเซลล์ผิวอย่างล้ำลึก เพื่อคืนความเรียบเนียน ละเอียด และแข็งแรงให้กับผิวของคุณอีกครั้ง
Fractional CO2 Laser คืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร?
คือ เทคโนโลยีเลเซอร์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีความยาวคลื่น 10,600 นาโนเมตร โดยปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ผิวในรูปแบบ “ลำแสงขนาดเล็กจำนวนมาก” (Fractional Beam) แยกกระจายกันเป็นจุดเล็กๆ ระดับไมครอนลงไปถึงชั้นผิวลึก (Dermis)
หลักการทำงานสำคัญประกอบด้วย 2 กลไกหลัก
Ablative Zone
พลังงานเลเซอร์จะทำลายพังผืดที่ยึดเกาะรอยหลุมสิว และขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพในบริเวณที่เสื่อมโทรมให้หลุดลอกออกไปอย่างอ่อนโยน
Thermal Zone
ความร้อนที่ส่งลงไปในชั้นผิวลึกจะกระตุ้นปฏิกิริยาการซ่อมแซมตัวเองของผิวหนัง เร่งการสร้างเส้นใยคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ขึ้นมาใหม่ในปริมาณมหาศาล ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณรอยหลุมสิวค่อยๆ ตื้นขึ้น รูขุมขนกระชับ และผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างชัดเจน
โดยระหว่างจุดที่เลเซอร์ลงจะมีเนื้อเยื่อผิวปกติรอบๆ เหลืออยู่ ทำให้กระบวนการซ่อมแซมผิวเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ลดผลข้างเคียง และใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่าเลเซอร์ผิวแบบดั้งเดิม
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับจาก Fractional CO2 Laser
รักษาหลุมสิวทุกประเภท
ช่วยเติมเต็มและปรับผิวให้เรียบเนียน ไม่ว่าจะเป็นหลุมสิวระดับตื้น (Rolling Scar), ระดับปานกลาง (Boxcar Scar) หรือระดับลึก (Icepick Scar)
กระชับรูขุมขน
กระตุ้นคอลลาเจนรอบๆ รูขุมขน ทำให้ผิวแน่นขึ้น รูขุมขนดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
ลบเลือนรอยแผลเป็น
รักษาแผลเป็นจากการผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ และลดเลือนรอยแตกลาย (Stretch Marks) ตามร่างกาย
ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
แก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องตื้น (Fine Lines) บนใบหน้า รอบดวงตา และรอบริมฝีปาก
ปรับสภาพผิวและสีผิว
ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำ ลดจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น
- แพทย์จะทำการประเมินลักษณะของผิวหน้าอย่างละเอียดในคนไข้แต่ละราย เพื่อเลือกใช้ค่าพลังงานที่เหมาะสม
ทำไมต้องรับบริการ Fractional CO2 ที่ Priscilla Clinic?
Customized Energy Setting
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวและความลึกของหลุมสิวในคนไข้แต่ละราย เพื่อปรับตั้งค่าพลังงาน (Energy) และความหนาแน่นของลำแสง (Density) ให้เหมาะสมที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดโดยไม่ทำให้ผิวเบิร์นหรือไหม้
High Standard Safety
ตัวเครื่องผ่านการรับรองมาตรฐาน มีความเสถียรของพลังงาน ปล่อยความร้อนได้อย่างแม่นยำตรงจุด
Post-Laser Premium Care
เรามีขั้นตอนการปลอบประโลมผิวหลังทำเลเซอร์ด้วยยาสูตรเฉพาะ เพื่อช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟูผิว ลดอาการแดง และลดระยะเวลาการพักฟื้นให้สั้นลง
ขั้นตอนการเข้ารับการบริการ
- ปรึกษาแพทย์ แพทย์ตรวจประเมินสภาพผิวหน้าและระดับความลึกของหลุมสิวเพื่อวางแผนการรักษา
- ทำความสะอาดและเตรียมผิว เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด
- แปะยาชา ทำการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 45 - 60 นาที เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายและเจ็บน้อยที่สุดระหว่างทำหัตถการ
- ยิงเลเซอร์ แพทย์ทำการยิงเลเซอร์ Fractional CO2 ทั่วใบหน้าหรือเฉพาะจุดที่มีปัญหา โดยใช้เวลาประมาณ 15 - 30 นาที
- ปลอบประโลมผิว ประคบเย็นและทาครีมบำรุงเพื่อลดความร้อนและอาการแดงของผิวหลังทำ
การดูแลตัวเองหลังทำ
ผลลัพธ์ของการทำ Fractional CO2 Laser ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำสูงถึง 50% คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ดังนี้
1. ช่วง 24 ชั่วโมงแรก ห้ามผิวโดนน้ำเด็ดขาด หากต้องการทำความสะอาดให้ใช้สำลีชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อเช็ดเบาๆ
2. การทายา/ครีมบำรุง ทาขี้ผึ้งป้ายแผล (Ointment) หรือครีมบำรุงสูตรฟื้นฟูผิวที่คลินิกจัดให้บ่อยๆ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและช่วยให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น
3. ห้ามแกะเกา ผิวจะเริ่มตกสะเก็ดเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ ในวันที่ 2-3 ห้ามแกะ เกา หรือขัดถูเด็ดขาด ปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกออกเองตามธรรมชาติ (ปกติจะหลุดหมดใน 5-7 วัน)
4. หลีกเลี่ยงแสงแดด หลีกเลี่ยงการเจอแสงแดดจัด และงดกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หลังสะเก็ดหลุดหมดแล้วต้องทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ เป็นประจำทุกวัน
5. งดสารระคายเคือง งดการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ (AHA, BHA), ยารักษาสิว, หรือกลุ่มเรตินอล (Retinol) อย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผลชัดเจน?
A: คนไข้จะสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงว่าผิวเนียนนุ่มและดูกระจ่างใสขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ อย่างไรก็ตาม สำหรับการรักษาหลุมสิวที่ได้ผลลัพธ์ชัดเจน แนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3 - 5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 4 - 6 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมสิวและการประเมินของแพทย์)
Q: ระหว่างทำเจ็บมากไหม?
A: เนื่องจากมีการแปะยาชาก่อนทำในปริมาณและเวลาที่เหมาะสม ระหว่างทำจะรู้สึกเพียงดีดๆ คล้ายหนังยางดีดเบาๆ และมีความรู้สึกอุ่นๆ บนผิวหน้า ซึ่งเป็นระดับที่คนไข้ส่วนใหญ่สามารถทนได้อย่างสบาย
Q: หลังทำหน้าจะแดงนานไหม?
A: หลังทำเสร็จทันที ผิวจะมีอาการแดงและรู้สึกร้อนผ่าวคล้ายโดนแดดเผา อาการร้อนจะหายไปใน 2-3 ชั่วโมง และอาการแดงจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูและเข้มขึ้นเป็นสะเก็ดสีน้ำตาล ซึ่งจะหลุดลอกออกไปจนหมดภายใน 7 วัน เผยให้เห็นผิวใหม่ที่เรียบเนียนและอมชมพู