เปิดดวงตาสดใส ปรับโหงวเฮ้งใบหน้า ด้วยศัลยกรรมตาสองชั้นเทคนิคพิเศษที่ Priscilla Clinic

ถุงใต้ตา (Baggy Eyes) เกิดจากอะไร?
ถุงใต้ตาสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยหลัก ดังนี้

เทคนิคการผ่าตัดถุงใต้ตาที่ Priscilla Clinic

เทคนิคแผลด้านใน (Transconjunctival Approach)

เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุน้อย หรือผู้ที่มีปัญหาถุงไขมันนูนชัดเจน แต่ผิวหนังด้านนอกยังคงมีความยืดหยุ่นดี ไม่หย่อนคล้อยมาก
วิธีการ แพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณเยื่อบุตาด้านใน (ไม่ผ่านผิวหนังด้านนอก) จากนั้นจึงนำไขมันส่วนเกินออก
จุดเด่น ไม่มีแผลเป็นให้เห็นภายนอกอย่างแน่นอน เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นสั้น

เทคนิคแผลด้านนอก (Subciliary Approach)

เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมาก หรือผู้ที่มีทั้งปัญหาถุงไขมันควบคู่ไปกับผิวหนังและกล้ามเนื้อใต้ตาหย่อนคล้อยมากจนเกิดเป็นรอยย่น
วิธีการ แพทย์จะเปิดแผลภายนอกบริเวณขอบขนตาด้านล่าง เพื่อตัดแต่งไขมันส่วนเกิน จัดเรียงไขมันใหม่ให้เรียบเนียน พร้อมทั้งตัดเย็บผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับ
จุดเด่น สามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างครอบคลุม ทั้งถุงไขมันและรอยเหี่ยวย่น โดยแผลผ่าตัดจะเนียนเรียบไปกับแนวขอบตาและจางลงตามเวลา

ทำไมต้องเลือกศัลยกรรมถุงใต้ตาที่ Priscilla Clinic?

เทคนิคความพอดี

ประเมินปริมาณไขมันที่จะนำออกอย่างพอดี ไม่มากเกินไปจนตาโหล และไม่น้อยเกินไปจนใต้ตายังบวมอยู่

ย้ายจุดเกิน เติมจุดขาด

เราไม่ได้เพียงแค่ตัดไขมันทิ้ง แต่ใช้เทคนิค "จัดเรียงไขมันใหม่" นำไขมันที่เกินไปเติมเต็มในส่วนที่เป็นร่องลึก (เช่น ร่องน้ำตา) เพื่อผลลัพธ์ที่เนียนราบ ไร้รอยต่อ

ใส่ใจอย่างละเอียด

เทคนิคการเย็บแผลที่ละเอียดและประณีต ด้วยไหมขนาดเล็ก ช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็นหลังทำ

มีมาตรฐาน

ผ่าตัดในห้องปฏิบัติการที่สะอาด พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

1. งดรับประทานยาในกลุ่มแอสไพริน, ไอบูโพรเฟน, วิตามินอี, น้ำมันปลา (Fish Oil) และอาหารเสริมทุกชนิด อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เนื่องจากมีผลทำให้เลือดแข็งตัวช้า
2. งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันภาวะแผลหายช้าและการติดเชื้อ
3. แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว (โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง โรคตา หรือภาวะตาแห้ง) ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
4. ในวันผ่าตัด ควรงดแต่งหน้า รอบดวงตาต้องสะอาด และควรพาญาติหรือเพื่อนมาด้วยเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางกลับ เนื่องจากอาจมีอาการตาพร่ามัวชั่วคราวจากยาชาหรือขี้ผึ้งป้ายตา

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด

1. ประคบเย็น ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัด ให้ประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาบ่อยๆ เพื่อช่วยลดอาการบวมและห้ามเลือด
2. นอนหนุนหมอนสูง ในช่วง 3-5 วันแรก ให้นอนหงายโดยหนุนหมอนให้สูงกว่าระดับอก เพื่อช่วยระบายเลือดและน้ำเหลือง ลดอาการบวมช้ำ
3. การดูแลแผล รักษาแผลให้แห้งอยู่เสมอ ห้ามแผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม (ปกติประมาณ 5-7 วัน) ให้ใช้สำลีชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อเช็ดทำความสะอาดหน้าอย่างเบามือ และทายาตามแพทย์สั่ง
4. งดพฤติกรรมเสี่ยง หลีกเลี่ยงการไอ จาม แรงๆ งดการเบ่ง อกกำลังกายหนัก หรือการก้มศีรษะต่ำ เพราะอาจทำให้ความดันเพิ่มขึ้นและเลือดออกบริเวณแผลได้
5. งดใส่คอนแทคเลนส์: ควรเปลี่ยนมาสวมแว่นสายตาแทนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อลดการระคายเคืองและปนเปื้อนบริเวณดวงตา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: หลังผ่าตัดถุงใต้ตา จะกลับมาเป็นซ้ำอีกไหม?
A: เซลล์ไขมันที่ถูกตัดออกไปแล้วจะไม่กลับมาเพิ่มจำนวนขึ้นอีก ผลลัพธ์จึงคงอยู่ได้ยาวนานหลายปี อย่างไรก็ตาม ผิวหนังและกล้ามเนื้อรอบดวงตายังคงสามารถหย่อนคล้อยลงตามกระบวนการแห่งวัยตามธรรมชาติได้ในอนาคต

Q: การผ่าตัดถุงใต้ตาใช้เวลานานไหม และต้องดมยาสลบหรือไม่?
A: การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 45 - 60 นาที โดยทั่วไปจะใช้เพียงการฉีดยาชาเฉพาะจุด (Local Anesthesia) ร่วมกับการให้ยาแก้ปวด/คลายกังวล คนไข้จะรู้สึกผ่อนคลายและไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ

Q: มีอาการบวมช้ำนานเท่าไหร่ และกี่วันจึงจะเข้าที่?
A: อาการบวมและช้ำจะขึ้นสูงสุดในวันที่ 2-3 หลังทำ จากนั้นจะค่อยๆ ยุบบวมและจางลงภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยผลลัพธ์จะเริ่มเนียนราบและเข้าที่อย่างสมบูรณ์เต็มที่ในระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน